| พระรามราชนิเวศน์ |
พระรามราชนิเวศน์ ชาวบ้านเรียก “พระราชวังบ้านปืน” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหม้อ อำเภอเมือง
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ ให้สร้างด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เพื่อเป็นพระราชนิเวศน์สำหรับประทับแรมในฤดูฝน ทรง โปรดเกล้าฯ ให้จัดซื้อที่จากราษฎร ออกแบบโดย มิสเตอร์คาลเดอริง ชาวเยอรมัน และให้จอมพลเรือ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์ กรม พระนครสวรรค์วรพินิต กับสมเด็จพระเจ้า บรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เป็นแม่กองจัดการ ก่อสร้าง สร้างแบบสถาปัตยกรรมยุโรป ก่อสร้างในปี พ.ศ. 2452 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2459 ในรัชสมัย ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว พระราชทานนามว่า พระที่นั่งศรเพ็ชรปราสาท และทรง เปลี่ยนเป็นพระรามราชนิเวศน์ ในปี พ.ศ. 2461 เป็นที่รับรองแขกเมือง ในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนผู้กำกับ ลูกเสือ โรงเรียนฝึกหัดครูเกษตรกรรม โรงเรียนประชาบาลประจำ ตำบล ฯลฯ การเข้าชม ต้องทำหนังสือล่วงหน้าถึงผู้บังคับการจังหวัดทหารบก กองพันที่ 3 กรมทหาร ราบที่ 11 อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี 76000 หรือ อาจติดต่อที่ป้อมยามแลกบัตร เพื่อขอเข้าชมอย่าง ไม่เป็นทางการ |

 |
| อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี |
| “อุทยานประวัติศาสตร์พระนครคีรี” หรือ “เขาวัง” ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองกระเซง อำเภอเมืองเพชรบุรี นับเป็นสัญญลักษณ์สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด เดิมเขานี้มีชื่อเรียกว่า “เขาสมณะ” หรือ “เขามหาสวรรค์” เนื่องจากมีวัดสมณะวัดเก่าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตั้งอยู่ตรงไหล่เขาด้าน ตะวันออก เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวยังทรงผนวชอยู่ได้เคยเสด็จมา ประทับที่วัดนี้ และเสด็จขึ้นไปปฏิบัติภาวนาบนยอดเขาอยู่เสมอครั้นเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ จึงทรงโปรดฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้น เพื่อใช้เป็นที่แปรพระราชฐานและพระราชทานนามว่า “พระราชวังพระนครคีรี” ตัวเขาประกอบด้วยยอดใหญ่ 3 ยอด ยอดทางทิศตะวันตกเป็นที่ตั้งของพระราชวัง และเรือนบริวารยอดตรงกลางเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมเพชร ที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายในเป็นเจดีย์เก่าที่ได้ทำการบูรณะขึ้นใหม่ และโปรดฯ ให้สร้างวัดประจำพระราชวังพระนครคีรีที่บนยอดเขาตะวันออก และพระราชทานนามว่า “วัดพระแก้ว” อันประกอบด้วยอุโบสถพระปรางแดง และศาลาขนาดย่อมเหมาะกับสภาพภูมิประเทศ |

 |
| อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน |

เพชรบุรี : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน | จุดชมวิวที่พะเนินทุ่ง เวลาประมาณ 9 โมงเช้า..ทะเลหมอก สวยยยยยยยมาก |

เพชรบุรี : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน | บรรยากาศยามเช้า 5.30 น. |

เพชรบุรี : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน |

เพชรบุรี : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน | บรรยากาศเขาพะเนินทุ่งเวลา 8.00 น. เช้าวันที่ กรกฏาคม 2545
มีพร้อมทั้งหมอกและฝน ถูกใจจริงๆ |
| อุทยาน แห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของประเทศไทย มีพื้นที่ถึง 2,915 ตารางกิโลเมตร หรือ 1.8 ล้านไร่ ได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2524 โดยกำหนดพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำและป่าเหนือเขื่อนแก่งกระจานเป็นเขต อุทยานฯ เป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย พื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานฯ เป็นภูเขาสลับซับซ้อนอยู่ในเทือกเขาตะนาวศรี สภาพภูมิประเทศเป็นป่าดิบชื้น ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ คือยอดเขางะงันนิกยวงตอง อยู่ในเขตรอยต่อประเทศพม่าและไทย มีความสูง 1,513 เมตร รองลงมาคือยอดเขาพะเนินทุ่ง ซึ่งมีความสูง 1,207 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง จากสันเขื่อนแก่งกระจาน มีถนนเลียบออกมาทางซ้ายมือเป็นระยะทาง 3 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ |
| สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ |
| ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อน หรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหาร หรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ |
| เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม มีทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง |
| พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่อง เที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน |
| น้ำตกทอทิพย์ อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ รถยนต์ที่ใช้ต้องมีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน |
| เส้นทางดูนก – ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางตามโป่งดินกิโลเมตรที่ 10 –12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย |
| แค้มป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนก และผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง มีไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน มีผีเสื้อมากกว่า 150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และราวเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะพบนกได้หลายชนิดสร้างรังวางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ |
| » น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็ก ๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ประมาณ 7 กิโลเมตร |
| » น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็ก ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบ ๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น |
| » ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าไปถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยมีลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง |
| » ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยดูสวยงาม |
| » เขาปะการัง เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน |

 |
| หาดชะอำ |
| อำเภอชะอำอยู่ห่างจากตัวเมือง 41 กิโลเมตรมีทางแยกซ้ายเข้าชายหาด ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่มีความสวยงามมากของจังหวัดเพชรบุรี เดิมชะอำ เป็นเพียงตำบลหนึ่งขึ้นอยู่กับอำเภอ หนองจอก แต่ภายหลังที่หัวหินมีชื่อเสียงแล้ว ที่แถวชายทะเลถูกจับจอง-หมด พวกเจ้านายชั้นผู้ใหญ่ สมัยนั้น จึงพยายามหาสถานที่พักผ่อนแห่งใหม่ โดยการนำของสมเด็จกรมพระยานราธิป-ประพันธ์พงศ์ และได้พบว่าหาดชะอำเป็นชายหาดที่สวยงามไม่แพ้หัวหิน ชะอำจึงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่นั้นมา ชะอำได้รับ การพัฒนาเจริญเติบโตขึ้นและยกฐานะเป็นอำเภอจนปัจจุบัน การรถไฟแห่งประเทศไทย จัดขบวนการ รถพิเศษนำเที่ยว กรุงเทพฯ – ชะอำทุกวันหยุด รายละเอียดติดต่อหน่วยบริการการเดินทาง โทร. 2237010, 2237020 |
 |
| พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน |
| พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ร่างแบบผังพระราชนิเวศน์นี้ด้วยพระองค์เอง เป็นอาคารไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูงประกอบด้วยพระที่นั่งองค์ใหญ่ 3 องค์ ได้แก่ พระที่นั่งสมุทพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ |

 |